หลายคนคงคุ้นหูอยู่บ้างเกี่ยวกับ SEO คือ ซึ่งเป็นคำถามที่บางคนยังไม่เข้าใจถึงความหมายและแนวทางของมันอย่างแท้จริง พูดง่ายๆ ก็คือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดหน้าแรก เวลาที่มีคนค้นหาอะไรสักอย่างนั้นเอง เพราะการได้อยู่บนอันดับต้นๆ ใน Google ก็เหมือนกับคุณตั้งร้านอยู่ในที่ที่มีคนเดินผ่านไปมาตลอดเวลา ทุกวันจะมีคนหลักแสนเห็นแบรนด์และสินค้าของคุณโดยที่คุณแทบไม่ต้องซื้อโฆษณาเลย (ซึ่งปกติการตั้งร้านบนทำเลดีๆ แบบนี้คุณอาจต้องเสียค่าเช่าแพงมาก ในขณะที่ตำแหน่งบน Google นั้นคุณไม่ต้องเสียค่าเช่าสักบาท) วันนี้ SGEPRINT จะมาแชร์ความรู้ให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อมๆกันค่ะ…

จากข้อมูลพบว่า ใน 1 วัน จะมีคนค้นหาข้อมูลบน Google 👉👉👉

มากกว่า 7,281,000,000 ครั้ง! (หรือ ราว 85,000 ครั้ง/วินาที) ซึ่งหากเว็บไซต์เราติดหน้าแรก ก็ย่อมได้เปรียบ

อ้างอิงจากข้อมูลของ Internet Live Stats ในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้ามาค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการใน Google มากกว่า 7.2 พันล้านครั้ง หรือคือ 8.5 หมื่นครั้งต่อวินาที ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลเพื่อซื้อสินค้า หาร้านอาหาร อ่านรีวิวท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งจ้างบริษัท/คนทำงานซึ่งแน่นอนว่าในบรรดาการค้นหาหลักพันล้านนี้ เว็บไซต์ที่แสดงเป็นอันดับต้นๆ ของ Google มักจะได้ผู้เข้าชมจำนวนมหาศาลเข้าไป

SEO คือ อะไร สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึงวิธีการปรับแต่งโครงสร้างหน้าตาเว็บไซต์ การปรับแต่งโค๊ด ปรับแต่งความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ และการเขียนเนื้อหาให้เป็นไปตามความต้องการของ เว็บ Search Engine เช่น เว็บ Google, Bing เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์ปรับแต่งเว็บไซต์ของการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับอยู่ในลำดับต้นๆ ของผลการค้นหา ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือคำค้นหาที่คุณต้องการและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ 👉 ในส่วนของการแสดงผลลัพธ์เว็บไซต์จะปรากฏบนเว็บ Search Engine ทางด้านซ้ายของ Search Engine 👉👉 ซึ่งการแสดงผลจะแสดงหน้าละ 10 อันดับ หน้าแรก (อันดับ 1-10) และ หน้าที่สอง ( อันดับ 11-20) ซึ่งการทำ SEO ที่ดีและได้ผลนั้นเว็บที่ทำ SEO ควรที่จะอยู่หน้าแรกแต่ไม่ควรอยู่เกินหน้าที่ 2 ซึ่งจะได้รับการเข้าเยี่ยมชม บ่อยครั้งมากที่สุด ยิ่งอันดับสูงเท่าไรอัตรการคลิกเข้าสู่เว็บก็สูงขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างสมมุติว่า คุณเองขายกล้องวงจรปิดและเมื่อเว็บไซต์คุณติดอันดับบนๆ คนที่ search เข้ามาหา กล้องวงจรปิด ก็ต้องการหา กล้องวงจรปิดอยู่แล้วนั้นเท่ากับทำให้คุณนั้นมีโอกาสปิดการขายได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการทำโฆษณาแบบอื่นๆ เพราะการโฆษณาแบบอื่นๆ คนที่เห็นสินค้ากล้องวงจรปิด อาจจะไม่ต้องการหาข้อมูลกล้องวงจรปิด นั้นทำให้โอกาสขายสินค้าได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำ SEO และการทำ SEO เมื่อเว็บไซต์ติดอันดับแล้ว ก็เปรียบเสมือนการที่เอาร้านค้าของคุณนั้นไปตั้งไว้ในทำเลที่ดีมีคนเห็นร้านค้าของคุณเยอะ คนที่เข้ามาสอบถามรายละเอียดเป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าของคุณ 

การเตรียมตัวทำ SEO บนเว็บไซต์ เริ่มต้นอย่างไร

ก่อนจะเริ่มทำ SEO บนเว็บไซต์ เราควรจะวางแผนก่อนว่าจะให้เว็บไซต์แสดงที่ผลการค้นหา Keyword โดยเริ่มจากการที่คิดว่า 👉 ถ้าผู้ใช้จะเข้ามาที่เว็บของคุณ เขาจะค้นหา Google ด้วย Keyword อะไรบ้าง เมื่อได้ชุดของ Keyword แล้ว คุณสามารถตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Google Keyword Planner ได้ว่า Keyword แต่ละคำมีปริมาณการค้นหาประมาณเท่าไหร่ และมีสภาพการแข่งขันกับเว็บอื่นๆ สูงหรือไม่ 😍 จากนั้นเลือก Keyword ที่มีปริมาณการค้นหาที่คุ้มค่าเป็น Keyword ชุดหลักที่เราที่จะทำใช้ SEO ได้เลยค่ะ พอเรารู้ Keyword แล้ว ตามไปดูแนวทางกันเลย ...

เทคนิค แนวทางการทำ SEO

ในเมื่อ SEO คือการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์และคอนเทนต์ แสดงว่า Google และ Search Engine อื่นๆ ย่อมมีหลักเกณฑ์การตรวจสอบและให้คะแนนอยู่ โดยฝั่ง Search Engine จะส่งเหล่า Bot เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณเป็นอยู่เรื่อยๆ แล้วดูความเกี่ยวข้องของเนื้อหากับ Keyword ใดบ้าง 

วิธีการให้คะแนนอย่างละเอียดนั้นไม่มีการไม่เปิดเผยออกมา แต่มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกจำนวนมากได้ทดลองและคาดการณ์กันว่า Search Engine อันดับ 1 ของโลกอย่าง Google มีการใช้เกณฑ์อะไรบ้าง 👉👉 เราจึงใช้เกณฑ์เหล่านี้เป็นแนวทางในการทำ SEO โดยเว็บไซต์ Backlinko ได้สรุปปัจจัย 200 อย่างที่คาดว่ามีผลต่ออันดับใน Google ไว้ในบทความ Google’s 200 Ranking Factors: The Complete List

จากหลักเกณฑ์จำนวนมากในการทำ SEO ขอสรุปเป็นด้านหลักๆ เป็น 3 ด้าน คือ ด้านเนื้อหาด้านโครงสร้างและประสิทธิภาพเว็บไซต์ และด้านความน่าเชื่อถือ ทั้ง 3 ด้านนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตามไปลงลึกในรายละเอียดแต่ละอันกันเลย !


1. ด้านเนื้อหา
เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO เพราะการที่เว็บไซต์จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ใด Google จะดูจากความสำคัญของ Keyword ในเนื้อหาที่อยู่บนเว็บ ทั้งปริมาณ Keyword, ตำแหน่งที่ Keyword นั้นปรากฏอยู่ ว่าจะอยู่ใน Title, URL, ส่วนบนล่างของเว็บไซต์ หรือรูปแบบของ Keyword ว่าเป็นหัวข้อ, ตัวหนา, ตัวเอียงหรือ Link เป็นต้น 👉การทำ Content Marketing โดยการเขียนบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าให้กับผู้ชมเว็บไซต์ ก็มีส่วนช่วยในการทำ SEO ได้ทางหนึ่ง เพราะบทความจะช่วยเพิ่มปริมาณ Keyword บนเว็บไซต์คุณโดยอัตโนมัติ

2. ด้านโครงสร้างและประสิทธิภาพเว็บไซต์ เป็นส่วนที่เกี่ยวกับเทคนิคการทำเว็บไซต์ทั้งในด้านโครงสร้าง ความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพด้านความเร็วซึ่งส่วนนี้มักจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ เช่นการทำ HTTPS 👉 ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเรื่องเหล่านี้แล้วพิจารณาว่าจะปรับแก้เว็บไซต์เดิมให้ดีขึ้นหรือบางครั้งอาจจำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง Responsive Design เพราะหากเว็บไซต์เดิมไม่รองรับการแสดงผลบน Mobile Device แล้วการปรับแก้ของเดิมอาจยากกว่าการสร้างใหม่

3. ด้านความน่าเชื่อถือ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพูดถึงหรืออ้างอิงมาที่เว็บไซต์จากแหล่งภายนอก ทั้ง Social Network และเว็บไซต์อื่นๆ (ซึ่งส่วนนี้จะมีผลต่อการทำ SEO มากที่สุดอย่างหนึ่ง) รวมถึงอายุของเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่อยู่มานานจะมีความน่าเชื่อถือกว่าเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดใหม่ 👉 การเขียนบทความที่มีคุณภาพเพื่อให้เว็บไซต์อื่นใช้ในการอ้างอิง หรือให้แพร่หลายใน Social Network เป็นวิธีที่น่าสนใจและเป็นวิธีที่มีคุณภาพวิธีหนึ่ง ทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย


เป็นอย่างไรบ้างคะ สรุปง่ายๆเลย SEO คือ การทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นถูกค้นเจอโดย Google และถูกคลิ๊กโดยคนจริงๆ ซึ่งถ้าหากคุณทำ SEO ได้ดีแล้ว เว็บไซต์ที่คุณทุ่มเททำขึ้นมาจะสามารถ ‘Attract’ ผู้เข้าชมในทุกๆ วันอย่างแน่นอน 🤪 ถึงแม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จในเรื่องของ SEO แล้ว อย่าลืมพัฒนาด้านอื่นๆควบคู่ไปด้วยนะคะ เราหวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์และความรู้ในบทความนี้นะคะ🙏 วันนี้ขอตัวลาไปก่อนค่ะ ...